อยากเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครเมื่อโดนชนแล้วหนี มีวิธีมาบอก!
เหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นจากการขับขี่ เช่น ยางระเบิดเกิดจากอะไร, ยางแตกลายงาเกิดจากอะไร, รถยางแตกเกิดจากอะไร, ยางบวมเกิดจากอะไร แต่ที่น่าปวดหัวที่สุดคงหนีไม่พ้นการโดนชนแล้วหนี แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว การตั้งสติและรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุดคือสิ่งสำคัญ วันนี้ เน็กเซ็น จะมาแนะนำวิธีเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจ
อยากเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใคร ทำได้ในกรณีไหนบ้าง
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า การเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครนั้นไม่สามารถทำได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำกับอยู่ การจะขอข้อมูลได้นั้น ผู้ยื่นเรื่องจะต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงและมีเหตุผลอันสมควร ซึ่งโดยหลักแล้วจะมีกรณีที่กฎหมายอนุญาต ดังนี้
เกิดอุบัติเหตุแล้วคู่กรณีหนี หรือไม่ยอมรับผิด
กรณีนี้ถือเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดจากการเฉี่ยวชนทั่วไป หรือมาจาก เหตุสุดวิสัย หากคุณประสบเหตุโดนชนแล้วหนี หรือคู่กรณีไม่ยอมรับผิดชอบ การมีหลักฐานเป็นหมายเลขทะเบียนรถ จะทำให้คุณสามารถนำบันทึกประจำวันจากตำรวจไปยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งทางบกได้ เพื่อติดตามเจ้าของรถมาดำเนินคดีต่อไป
มีเหตุจำเป็นจากคดีทางกฎหมาย
นอกเหนือจากอุบัติเหตุ หากคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความอื่น ๆ ที่มีรถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น รถคันดังกล่าวเป็นทรัพย์สินในคดีแพ่ง หรือเป็นหลักฐานในคดีอาญา คุณสามารถใช้เอกสารทางกฎหมาย เช่น หมายศาล หรือหนังสือจากหน่วยงานราชการ เพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครได้เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามความจำเป็นและความเกี่ยวข้องเป็นรายกรณีไป
ตรวจสอบรถต้องสงสัยก่อนการซื้อขายมือสอง
สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถมือสอง การตรวจสอบประวัติรถถือเป็นขั้นตอนสำคัญ และควรตรวจสอบสภาพภายนอกอย่างละเอียด โดยเฉพาะสภาพยาง เพราะคงไม่มีใครอยากซื้อรถมาแล้วต้องมานั่งกังวลว่า ยางแตกลายงาเกิดจากอะไร หรือทำไม ยางบวมเกิดจากอะไร การเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครจะช่วยยืนยันตัวตนผู้ขายและป้องกันการซื้อรถที่ถูกขโมยมาหรือสวมทะเบียนได้
ขั้นตอนและวิธีเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครที่กรมการขนส่งทางบก
เมื่อเข้าเงื่อนไขที่สามารถขอตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเดินทางไปดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ดังนี้
1. เตรียมเอกสารประกอบคำร้องให้พร้อม
หัวใจสำคัญของการดำเนินการคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ มีดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำร้อง
- แบบฟอร์มคำขอ
- หลักฐานที่แสดงความเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีจากสถานีตำรวจ (กรณีโดนชนแล้วหนี), หนังสือจากทนายความ หรือสัญญาซื้อขายรถยนต์
2. ติดต่อสำนักงานขนส่งและยื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งที่เกี่ยวข้อง และยื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อกรอกแบบฟอร์มคำขอตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการขอข้อมูลอย่างละเอียด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและนำเรื่องเสนอให้นายทะเบียนพิจารณาอนุมัติ ซึ่งหากเหตุผลและเอกสารมีน้ำหนักเพียงพอ ก็จะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
สรุปค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการดำเนินการทั้งหมด
เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้พร้อม ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายรอบ มาดูสรุปค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครกัน
- ค่าคำขอ : ฉบับละ 5 บาท
- ค่ารับรองสำเนา (กรณีขอคัดสำเนาเอกสาร) : แผ่นละ 20 บาท
- ค่าขอค้นเอกสาร (สำหรับรถยนต์) : ครั้งละ 50 บาท
- ระยะเวลาดำเนินการ : โดยประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการและความซับซ้อนของแต่ละกรณี)
สรุป วิธีเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใคร กรณีโดนชนแล้วหนี
แม้เราจะรู้วิธีเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของใครในสถานการณ์โดนชนแล้วหนี แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้ ก็คือการดูแลรถยนต์ให้พร้อม รวมถึงเลือกใช้ยางรถยนต์ NEXEN TIRE ที่ราคาคุ้มค่ากับสมรรถนะ ก็สามารถลดความเสี่ยงในการควบคุมรถได้เช่นกัน เมื่อเทียบกับการลากใช้ยางเกินอายุโดยไม่เปลี่ยนเลย
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada
พิเศษสุด! โปรโมชั่นรับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND








