Nissan Serena ดีไหม ทำไมถึงเป็นรถ MPV ที่กระแสแรงสำหรับครอบครัว
การปรากฏตัวของ Nissan Serena ในตลาดรถยนต์ไทยได้สร้างกระแสฮือฮาและเป็นที่พูดถึงในกลุ่มรถยนต์ครอบครัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ว่า Nissan Serena ดีไหม และมีดีอะไรถึงกลายเป็นรถ MPV ที่น่าจับตา วันนี้ เน็กเซ็น จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกันว่ารุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจ
Nissan Serena มีกี่รุ่นที่จำหน่ายในไทย
ก่อนจะตอบคำถามว่า Nissan Serena ดีไหม เราต้องรู้จัก 2 รุ่นรถที่ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยกันเสียก่อน ซึ่งแม้จะใช้ชื่อ Serena เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันทั้งในด้านเทคโนโลยี ดีไซน์ และราคา ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน
1. Nissan Serena S-Hybrid (C27)
นี่คือรุ่นแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ เป็นรถนำเข้าจากประเทศมาเลเซียที่มาพร้อมกับรูปทรงเหลี่ยมสไตล์ JDM อันเป็นเอกลักษณ์ และฟังก์ชันการใช้งานที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์เป็นหลัก ทำให้คำถามที่ว่า Nissan Serena ดีไหม ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในกลุ่มครอบครัวที่มองหารถ MPV ในราคาที่จับต้องได้
- ขุมพลัง : เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Mild-Hybrid) ให้กำลังรวม 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ X-TRONIC CVT
- ราคาเปิดตัว : 1,349,000 บาท
จุดเด่นที่น่าสนใจ
- เบาะนั่ง 3 แถว 7 ตำแหน่ง แบบ 2+2+3 นั่งสบายทุกที่นั่ง
- เบาะนั่งแถว 2 แบบ Executive Captain Seats ปรับเลื่อนได้อย่างอิสระ
- ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ข้าง พร้อมระบบ Hands-Free Kick Sensor
- ฝาท้ายเปิดได้ 2 ระดับ (Dual Back Door) สะดวกในที่แคบ
- เบาะคู่หน้าแบบ Zero Gravity Inspired นั่งสบายลดความเมื่อยล้า
- ช่องเก็บของและที่วางแก้วน้ำจำนวนมาก
- ระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน
2. Nissan Serena e-POWER (C28)
รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน มาพร้อมดีไซน์ที่สดใหม่และทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ไฮไลท์สำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อน e-POWER เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งให้ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากรุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง สำหรับคนที่สงสัยว่า Nissan Serena ดีไหม ในเวอร์ชันใหม่นี้ ต้องบอกว่ามันคือการยกระดับในทุกมิติ
- ขุมพลัง : ระบบขับเคลื่อน e-POWER ใช้เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บในแบตเตอรี่ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อน ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า
- ราคาเปิดตัว : 1,690,000 บาท
จุดเด่นที่น่าสนใจ
- อัตราเร่งและการตอบสนองทันใจเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า
- ความเงียบภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่า
- ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ปรับใหม่ให้ดูพรีเมียมและมินิมอลขึ้น
- เกียร์ไฟฟ้าแบบปุ่มกด (Shift-by-wire)
- หน้าจอกลางและกล้องมองภาพรอบคันที่คมชัดขึ้น
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว (รุ่น C27 ขนาด 15 นิ้ว)
- ฟังก์ชันและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตามแบบฉบับรถนำเข้าจากญี่ปุ่น
Nissan Serena มีจุดเด่นอะไรบ้างในความเป็น MPV ครอบครัว
นอกเหนือจากเรื่องสเปกและราคาแล้ว สิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจและอยากรู้ว่า Nissan Serena ดีไหม ก็คือฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว
แม้จะเป็นรถทรงกล่องขนาดใหญ่ แต่ Serena กลับให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่คล่องตัวกว่าที่คิด ด้วยทัศนวิสัยที่โปร่ง โล่งสบายจากกระจกบานใหญ่รอบคัน ทำให้การกะระยะทำได้ง่าย พวงมาลัยมีน้ำหนักที่เหมาะสม ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป ทำให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นเป็นเรื่องง่าย และยังให้ความมั่นคงในการเดินทางไกลอีกด้วย
ระบบความปลอดภัยครบครัน
เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ Nissan ให้ความสำคัญอย่างมาก การจะตอบว่า Nissan Serena ดีไหม ต้องดูที่ส่วนนี้ด้วย ซึ่ง Serena ก็จัดเต็มมาให้ทั้งในรุ่น C27 และ C28 ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield เช่น กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM), ระบบเตือนก่อนการชน (IFCW), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (IEB) และระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW) ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนเดินทางได้อย่างมั่นใจ
ห้องโดยสารกว้างและโปร่ง
ด้วยการออกแบบตัวถังทรงสี่เหลี่ยม (Boxy Design) ทำให้ Nissan Serena สามารถบริหารจัดการพื้นที่ภายในได้อย่างยอดเยี่ยม หลังคาที่สูงโปร่งและการออกแบบเสา A-Pillar ให้บางลง พร้อมกระจกบานใหญ่รอบคัน ทำให้ห้องโดยสารรู้สึกกว้างขวาง ไม่อึดอัด และให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Serena เป็นรถครอบครัวที่น่าใช้มาก
เบาะนั่ง 7 ที่นั่ง แบบเลื่อนเว้นทางเดินได้
ความอัจฉริยะในการออกแบบภายในคือจุดขายสำคัญที่ทำให้ Serena แตกต่าง เบาะนั่งแถวที่ 2 เป็นแบบ Captain Seats แยกอิสระ สามารถเลื่อนไปด้านข้างเพื่อสร้างทางเดินตรงกลาง (Center Walk-through) ให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 สามารถเดินเข้า-ออกได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องพับเบาะแถว 2 ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนได้เป็นอย่างดี
ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ข้างแบบ Hands-Free
ฟังก์ชันที่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก คือประตูสไลด์ไฟฟ้าที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติทั้งสองฝั่ง เพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้นด้วยระบบ Hands-Free ที่เพียงแค่สอดเท้าไปใต้เซนเซอร์ข้างตัวรถ ประตูก็จะเปิดออกเองอัตโนมัติ เหมาะอย่างยิ่งในเวลาที่ต้องอุ้มลูกหรือหอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง ฟังก์ชันนี้เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามที่ว่า Nissan Serena ดีไหมกับความเป็นรถครอบครัว
ประตูท้ายไฟฟ้าเปิดได้ 2 ระดับ
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นและมีใน Serena เท่านั้น คือฝาท้ายแบบ Dual Back Door ที่สามารถเลือกเปิดได้ 2 รูปแบบ คือ เปิดยกขึ้นทั้งบานเหมือนรถทั่วไป หรือเลือกเปิดเฉพาะส่วนกระจกด้านบน ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเวลาจอดรถในที่แคบหรือมีรถคันอื่นจอดชิดท้าย ทำให้ยังสามารถหยิบของชิ้นเล็ก ๆ ออกจากท้ายรถได้โดยไม่ต้องเปิดฝาท้ายทั้งบาน
Nissan Serena ดีจริงไหม เป็นรถที่เหมาะกับใคร
จากข้อมูลทั้งหมด คำถามที่ว่า Nissan Serena ดีไหม คงมีคำตอบที่ชัดเจนในใจหลาย ๆ คนแล้ว Serena เป็นรถ MPV ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความเข้าใจในความต้องการของครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นความหรูหราหรือสมรรถนะที่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงเหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้เป็นพิเศษ
- ครอบครัวเริ่มต้น-ครอบครัวขนาดกลาง : ที่มีสมาชิก 4-7 คน ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความสะดวกสบายในการขึ้น-ลง และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กิจกรรมของทุกคนในครอบครัว
- ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ : ประตูสไลด์ไฟฟ้าและพื้นรถที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้การขึ้น-ลงรถของผู้สูงอายุทำได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ลดความกังวลใจของลูกหลาน
- คนที่มองหารถอเนกประสงค์ที่ไม่ใช่ SUV : สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่และความอเนกประสงค์แบบรถตู้ แต่ยังอยากได้การขับขี่ที่คล่องตัวใกล้เคียงรถยนต์นั่ง Serena เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับรถ SUV หรือแม้แต่รถ Crossover อย่าง Toyota Corolla Cross 2025 หรือ Mitsubishi XForce 2024 ที่เน้นการขับขี่ส่วนบุคคลมากกว่า
สรุป Nissan Serena ดีไหม เหมาะกับใคร
และทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเป็นการตอบคำถาม Nissan Serena ดีไหมได้ทั้งหมด เพราะชัดเจนว่านี่คือรถครอบครัวที่คุ้มค่าและน่าใช้มากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด และเป็นช่องวางที่ยังไม่แบรนด์ไหนเข้าเติมเต็มตรงจุดนี้ แต่นอกจากการเลือกรถที่ใช่แล้ว การเลือกใช้ยางรถยนต์คุณภาพดีอย่าง NEXEN TIRE ที่มีประเภทยางให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยางรถเก๋งซีดาน, ยางรถ SUV, หรือแม้แต่รถ MPV ที่ต้องการความนุ่มเงียบ ก็มีให้เลือกใช้อย่างตอบโจทย์ อีกทั้งยังมีขนาดให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ทั้งยางรถยนต์ขอบ 15, ยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถยนต์ขอบ 17, ยางรถยนต์ขอบ 18
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada
พิเศษสุด! โปรโมชั่นรับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND








