สรุปงบประมาณทําสีรอบคัน ราคาเท่าไหร่ และมีกี่ประเภทสีที่นิยม
การทำสีรถใหม่ไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการคืนชีวิตให้รถคันโปรดของคุณดูใหม่และดูดีขึ้นทันตา เน็กเซ็นทราบดีว่าเจ้าของรถหลายท่านกำลังมองหาทางเลือกเพื่อเปลี่ยนโฉมรถให้ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นสีมงคลหรือสีที่บ่งบอกสไตล์ส่วนตัว วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกรายละเอียดว่าทําสีรอบคัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่เท่าไหร่ และสีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง
สรุปงบประมาณทําสีรอบคัน ราคาเริ่มต้นของรถแต่ละขนาด
งบประมาณในการทําสีรอบคัน ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของรถและเกรดของสีที่เลือกใช้ ซึ่งแต่ละอู่จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยเฉลี่ยแล้วคุณสามารถเตรียมงบประมาณเบื้องต้นได้ตามขนาดของรถ ดังนี้
- รถขนาดเล็ก (Eco Car) : ราคาเริ่มต้นประมาณ 20,000 – 40,000 บาท
- รถขนาดกลาง (C และ D Segment) : ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 – 50,000 บาท
- รถขนาดใหญ่ (SUV, PPV หรือ กระบะ) : ราคาเริ่มต้นประมาณ 40,000 – 70,000 บาท
หมายเหตุ : ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าซ่อมตัวถัง ค่าปะผุ หรือค่าลอกสีเดิมในกรณีที่สีเดิมเสื่อมสภาพมาก
ประเภทของสีรถยนต์ที่ส่งผลต่อราคาและความสวยงาม
ประเภทของสีรถยนต์ที่เลือกใช้ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่กำหนดความสวยงาม และค่าใช้จ่ายในการทําสีรอบคัน ที่มีราคาที่ต่างกันไปตามความซับซ้อนของวัตถุดิบและฝีมือช่าง
1. สีโซลิด (Solid Color) สีพื้นฐานราคาประหยัดและดูแลรักษาง่าย
เป็นสีทึบแสง ไม่มีประกายแวววาว สีประเภทนี้ให้เฉดสีที่ชัดเจนและเข้มข้น พ่นซ่อมง่ายที่สุดเนื่องจากสีเพี้ยนได้ยากที่สุดและมีราคาประหยัดที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายและเน้นการใช้งานทั่วไป
2. สีเมทัลลิก (Metallic) เพิ่มมิติความเงางามด้วยเกล็ดอลูมิเนียม
สีที่ผสมเกล็ดอลูมิเนียมขนาดเล็กช่วยให้ตัวรถมีประกายระยิบระยับเมื่อโดนแสง ช่วยพรางรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ได้ดีกว่าสีโซลิด ให้ความรู้สึกหรูหราและดูทันสมัยมากขึ้น จึงเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดมือสอง
3. สีมุก (Pearl Color) ความหรูหราที่มีมิติเหลือบสีนวลตา
ใช้ผงไมก้าหรือผงเซรามิกผสมลงในเนื้อสี ทำให้เกิดการหักเหของแสงที่สวยงามนวลตา สีมุกจะดูมีหลายเฉดเมื่อมองในมุมที่ต่างกัน ให้ความหรูหราสูงมาก แต่ก็มาพร้อมกับราคาทำสีที่สูง และต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญในการพ่น
4. สีด้าน (Matte Color) เท่ดุดันไม่ซ้ำใครแต่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ให้ลุคที่เรียบหรูและดุดันแบบรถแข่งด้วยการใช้แลคเกอร์ด้านเคลือบผิว ช่วยเน้นเส้นสายตัวถังรถได้ดีที่สุด แต่มีข้อควรระวังคือห้ามขัดเคลือบเงาเด็ดขาดและต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทางเท่านั้น
ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้การทําสีรอบคันราคาพุ่งสูงขึ้น
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมใบเสนอราคาถึงขยับขึ้นได้ตลอด ปัจจัยเหล่านี้คือตัวแปรหลักที่ทำให้งบประมาณของคุณเพิ่มขึ้น ได้แก่
- เกรดของสี : สีระบบ 2K เกรดพรีเมียมมีราคาสูงกว่าสี 1K ทั่วไปเพราะความทนทานต่อแสงแดดและสภาพอากาศ
- สภาพตัวถัง : หากรถมีรอยบุบ รอยลักยิ้ม หรือสนิม ต้องใช้ค่าแรงเคาะโป๊วและปะผุเพิ่มเข้ามา
- มาตรฐานของอู่ : อู่ที่มีห้องพ่นสี-อบสีระบบปิด (ปลอดฝุ่น) ย่อมมีต้นทุนสูงกว่า แต่แลกมาด้วยงานที่เนียนและทนทานกว่า
- การถอดประกอบ : รถที่ต้องรื้ออุปกรณ์เยอะ เช่น ยางขอบกระจก คิ้วต่าง ๆ จะมีค่าแรงในส่วนนี้เพิ่มขึ้น
ขั้นตอนการทำสีรถระบบ 2K มาตรฐานอู่และระยะเวลาที่ต้องใช้
การทำสีคุณภาพสูงแบบ 2K มีขั้นตอนที่ละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เงางามและอยู่คู่กับรถคุณไปนาน ๆ ดังนี้
- เตรียมพื้นผิว : ถอดอุปกรณ์ ขัดสีเก่า เคาะโป๊ว และขจัดสนิม (ใช้เวลามากที่สุด)
- พ่นสีรองพื้น : เพื่อการยึดเกาะของสีจริงที่ดี
- พ่นสีจริง : ทำภายในห้องพ่นสีปลอดฝุ่นเพื่อให้สีเรียบเนียน
- พ่นเคลียร์โค้ท : พ่นแลคเกอร์ใสเพื่อปกป้องสีและเพิ่มความเงางาม
- อบสี : นำเข้าห้องอบเพื่อให้สีแห้งสนิทและแข็งตัว
- ประกอบและขัดสี : เก็บรายละเอียดขั้นตอนสุดท้าย รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 15-30 วัน
ข้อดีและข้อเสียระหว่างการทำสีใหม่ vs การ Wrap ฟิล์มสีรถ
หากคุณต้องการเปลี่ยนโฉมรถแต่ยังลังเลระหว่างการทำสีจริงกับการ Wrap ฟิล์ม ลองดูเปรียบเทียบนี้
- ทำสีใหม่ (พ่น) : ข้อดีคือทนทาน สีเงางามเหมือนใหม่จากโรงงาน แก้ไขรอยบุบได้ แต่ใช้เวลานานและราคาสูง
- Wrap ฟิล์มสีรถ : ข้อดีคือทำเสร็จเร็ว (4-5 วัน) มีสีให้เลือกเยอะ ปกป้องสีเดิมได้ แต่มีอายุการใช้งานจำกัดและอาจมีราคาสูงหากใช้ฟิล์มเกรดพรีเมียม
ทำสีรถใหม่จำเป็นต้องแจ้งขนส่งไหม
จำเป็นต้องแจ้ง เพราะตามกฎหมายหากคุณเปลี่ยนสีรถจากสีเดิมที่จดทะเบียนไว้ คุณต้องนำรถไปแจ้งเปลี่ยนสี ณ กรมการขนส่งทางบก ภายใน 7 วัน โดยใช้เล่มทะเบียนตัวจริง บัตรประชาชน และหลักฐานการทำสี เพื่อป้องกันโทษปรับและทำให้ข้อมูลรถของคุณถูกต้องตามกฎหมาย
การทําสีรอบคัน การทำสีรอบคันอาจดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่หากมองถึงความคุ้มค่าในการคืนสภาพรถให้สวยงามเหมือนใหม่และช่วยคงมูลค่ารถไว้ ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และนอกจากเรื่องสีรถแล้ว การดูแลรักษาชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างการเปลี่ยนอะไหล่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ หรือเลือกเปลี่ยนยางตามอายุการใช้งาน ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน
หากคุณกำลังมองหายางรถยนต์คุณภาพดี สมรรถนะเยี่ยม ราคาจับต้องได้ ตอบโจทย์สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน NEXEN TIRE เป็นแบรนด์ยางสัญชาติเกาหลี ที่คุณไม่ควรพลาดใช้งาน เพราะมีซีรีส์ที่หลากหลายสำหรับรถทุกประเภท
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop
พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำสีรอบคัน
ทำสีรถใหม่ทั้งคันใช้เวลากี่วัน
โดยปกติงานทำสีรถทั้งคันแบบมาตรฐาน 2K จะใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพตัวถังเดิม หากมีการเก็บรอยบุบหรือปะผุจำนวนมากอาจใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้งานที่เนียนและสีแห้งสนิทก่อนส่งมอบ
ทาสีรถใหม่ต้องไปแจ้งกรมการขนส่งภายในกี่วัน
เมื่อเปลี่ยนสีรถเป็นสีใหม่ที่ไม่ตรงกับเล่มทะเบียน ต้องนำรถไปแจ้งเปลี่ยนสีที่กรมการขนส่งทางบกภายใน 7 วัน นับจากวันเปลี่ยนสี เพื่อให้ข้อมูลในทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันโทษปรับกรณีตรวจสอบพบ
รถสีด้านมีข้อควรระวังในการดูแลรักษาอย่างไร
ห้ามนำรถสีด้านไปขัดเคลือบเงาหรือใช้แว็กซ์ทั่วไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวสีด่างและเสียความด้านไปทันที ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบมาสำหรับสีด้านโดยเฉพาะ เพื่อรักษาความสวยงามและสภาพผิวให้คงทนที่สุด









