fbpx

ขนาดที่จอดรถมาตรฐาน รู้ไว้ก่อนซื้อรถให้ไม่พลาดจอดไม่ได้

ขนาดที่จอดรถมาตรฐาน

การเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่สักคัน นอกจากจะต้องพิจารณาเรื่องดีไซน์ สมรรถนะ หรืออัตราประหยัดน้ำมันแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คนรักรถมักมองข้ามคือพื้นที่รองรับตัวรถ หากเลือกขนาดรถใหญ่เกินไปจนสัดส่วนไม่พอดีกับพื้นที่จอดรถรอบบ้าน ปัญหาเฉี่ยวชนตัวถังหรือเปิดประตูรถไม่ได้ก็ตามมา ยิ่งในเวลาที่สัญจรออกไปภายนอก การรู้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดที่จอดรถมาตรฐาน จะช่วยให้เราใช้รถได้อย่างสะดวกมากขึ้น วันนี้ เน็กเซ็นจะพาไปทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน

ขนาดที่จอดรถตามกฎหมายที่ถูกต้องคือเท่าไร

ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2558) ได้มีการระบุเกณฑ์ขั้นต่ำเอาไว้เพื่อความปลอดภัย โดยกำหนดให้ขนาดที่จอดรถสำหรับรถยนต์ 1 คันอย่างต่ำสุดต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 5.00 เมตร มาตรฐานขนาดที่จอดรถนี้ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการขออนุญาตก่อสร้าง และจัดสรรพื้นที่สำหรับยานพาหนะทุกประเภททั่วประเทศ

เช็กขนาดช่องจอดรถของที่อยู่อาศัยและอาคารต่าง ๆ

ขนาดช่องจอดรถของที่อยู่อาศัยและอาคาร

แม้ว่ากฎหมายจะระบุตัวเลขขั้นต่ำเอาไว้ชัดเจน ทว่าในการก่อสร้างจริงและประเภทของอาคารที่ต่างกันออกไป มักจะมีการปรับสัดส่วนเพื่อความเหมาะสม และความสะดวกสบายในการจัดสรรพื้นที่สำหรับขึ้นลงรถยนต์ โดยแต่ละพื้นที่จะกำหนดขนาดช่องจอดรถเอาไว้แตกต่างกัน ดังนี้

ขนาดที่จอดรถมาตรฐานสำหรับบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม

โครงการบ้านเดี่ยวมักออกแบบพื้นที่จอดกว้างขวาง โดย 1 คันนิยมใช้สัดส่วนขนาดที่จอดรถอยู่ที่ 2.80 x 5.50 เมตร ส่วน 2 คันจะขยับความกว้างรวมเป็น 5.00 – 5.50 เมตร ขณะที่ทาวน์โฮมจะถูกจำกัดด้วยหน้ากว้างของอาคาร เช่น หน้ากว้าง 4 เมตรจะจอดได้ 1 คัน ส่วนหน้ากว้างยอดนิยม 5 – 5.7 เมตร สามารถกำหนด ขนาดช่องจอดรถ ให้จอดรถขนาดเล็กถึงกลางได้ 2 คัน

ขนาดที่จอดรถมาตรฐานในโครงการคอนโดมิเนียม

โครงการคอนโดมิเนียมจะคำนวณสัดส่วนตามพื้นที่ใช้สอยห้องชุด และขนาดอาคารทั้งหมดรวมกัน โดยหากเป็นการจอดรถแบบตั้งฉาก 90 องศา สถาปนิกจะออกแบบขนาดช่องจอดรถอยู่ที่กว้าง 2.40 เมตร x ยาว 5.00 เมตร แต่หากเป็นการจอดขนานแนวยาวขนานข้างทางเดินรถ จะต้องปรับความยาวช่องจอดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 6.00 เมตร เพื่อให้รถสลับสับเปลี่ยนเข้าออกได้สะดวก

ขนาดที่จอดรถมาตรฐานห้างสรรพสินค้าและอาคารใหญ่

สำหรับห้างสรรพสินค้าหรืออาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ มักจะวางสัดส่วนพื้นที่จอดให้สอดคล้องกับแนวโครงสร้างเสาของอาคาร โดยมาตรฐานสากลทั่วไปมักกำหนดระยะห่างระหว่างแนวเสาไว้ที่ความยาวประมาณ 8.00 เมตร ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดแบ่งพื้นที่จอดรถยนต์ในแนวตั้งฉาก 90 องศาให้มี ขนาดช่องจอดรถที่พอดิบพอดีถึง 3 คัน

ส่องข้อดีของการรู้ขนาดช่องจอดรถก่อนตัดสินใจซื้อรถใหม่

ข้อดีของการรู้ขนาดช่องจอดรถ

การศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องระยะมิติของช่องจอดรถรวมถึงขนาดช่องจอดรถ ก่อนที่จะควักเงินในกระเป๋าซื้อรถคันใหม่ มีประโยชน์ที่ส่งผลดีต่อเรามากมาย ดังนี้

  • ป้องกันความเสียหายต่อตัวรถ : ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเสาบ้าน กำแพง หรือรถคันข้าง ๆ ขณะถอยเข้าจอด
  • เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง : ทำให้มีระยะเปิดประตูรถกว้างพอประมาณ 70 เซนติเมตร โดยไม่ต้องคอยเอี้ยวตัวหลบหรือกังวลว่าขอบประตูจะกระแทกสิ่งกีดขวาง
  • รักษามูลค่าของรถยนต์ : รถที่จอดในพื้นที่ที่สัดส่วนพอดีย่อมปลอดภัยจากรอยขีดข่วน รอยลักยิ้ม ช่วยรักษาสภาพสีตัวถังภายนอกให้สวยงามเหมือนใหม่และส่งผลดีต่อราคาขายต่อในอนาคต

สิ่งสำคัญที่คนมักมองข้ามเมื่อต้องการต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน

สิ่งที่คนมองข้ามเมื่อต้องการต่อเติมโรงรถ

หากคุณมีแผนที่จะปรับปรุงหรือต่อเติมพื้นที่หลังคาบริเวณโรงจอดรถหน้าบ้านเพิ่มเติมเพื่อขยายขนาดที่จอดรถให้กว้างขึ้น มีรายละเอียดข้อกฎหมายและโครงสร้างสำคัญที่คุณต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ดังนี้

  • ต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร : ตามกฎหมายหากต่อเติมพื้นที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5 ตารางเมตรขึ้นไป หรือมีการเพิ่มเสา คาน และเพิ่มน้ำหนักเกิน 10% จะต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นให้ถูกต้อง
  • ระยะร่นตามแนวเขตที่ดิน : การทำโรงรถผนังทึบต้องเว้นระยะห่างจากที่ดินข้างเคียงอย่างน้อย 0.50 เมตร ส่วนชายคาหรือกันสาดหลังคาก็ต้องร่นระยะไม่น้อยกว่า 0.50 เมตรเพื่อป้องกันข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน
  • การแยกโครงสร้างรากฐานอย่างอิสระ : ควรออกแบบให้เสาและฐานรากของโรงรถแยกตัวออกจากโครงสร้างหลักของบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาพื้นดินทรุดตัวไม่เท่ากันซึ่งอาจฉุดรั้งโครงสร้างบ้านจนแตกร้าวเสียหาย

ขับขี่อย่างมั่นใจ ไปที่ไหนก็จอดได้สะดวก ต้องใช้ยาง NEXEN TIRE

เมื่อรู้ขนาดและระยะจอดรถที่เหมาะสมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางและการบังคับควบคุมพวงมาลัยให้เฉียบคม สามารถถอยเข้าซองจอดรถได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยในทุกสภาพเส้นทาง ก็คือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะการยึดเกาะถนนจาก NEXEN TIRE โดยเรามีรุ่นมาแนะนำ 2 รุ่นนี้

  • NEXEN N’FERA RU1 : ยางระดับพรีเมียมสมรรถนะสูงพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์นั่ง SUV โดยเฉพาะ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มสบาย ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมในความเร็วสูง ช่วยให้การควบคุมและหักเลี้ยวพวงมาลัยในพื้นที่แคบทำได้อย่างคล่องตัว มั่นใจในความปลอดภัยรอบด้าน
  • NEXEN ROADIAN AT Pro RA8 : ยางรถยนต์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะหรือรถ SUV สไตล์ออฟโรด โดดเด่นด้วยลายดอกยางที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยไปในทุกสภาพพื้นผิวถนนและเส้นทางที่สมบุกสมบัน มอบแรงกรุยทางและการยึดเกาะที่ทรงพลังในทุกสภาพอากาศ

การใส่ใจและตรวจสอบว่า ขนาดที่จอดรถที่บ้านหรืออาคารที่เราต้องไปใช้งานมีขนาดเท่าใด จะช่วยให้เราสามารถเลือกขนาดรถยนต์ที่เหมาะสม และใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ไร้ปัญหากวนใจเรื่องรอยเฉี่ยวชน และเพื่อให้การเดินทางไปสู่ทุกจุดหมายปลายทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยขั้นสุด อย่าลืมเลือกใช้ยางคุณภาพมาตรฐานสากลจาก NEXEN TIRE แบรนด์ยางชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ 

สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop

พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับขนาดที่จอดรถมาตรฐาน

หากจอดรถแล้วเปิดประตูไม่ได้ แสดงว่าขนาดช่องจอดรถไม่ได้มาตรฐานใช่ไหม

ไม่เสมอไป เนื่องจากกฎหมายกำหนดขนาดช่องจอดรถขั้นต่ำไว้ที่ 2.40 x 5.00 เมตร ซึ่งพอดีกับตัวรถทั่วไป แต่ไม่ได้รวมระยะเผื่อเปิดประตู ดังนั้นโรงรถที่ดีควรเผื่อความกว้างเป็น 2.80 – 3.00 เมตร เพื่อให้มีพื้นที่กว้างพอสำหรับขึ้นลงรถได้สะดวก

ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถแบบไหนที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร

การต่อเติมขนาดเล็ก เช่น การติดตั้งกันสาดหรือหลังคาบังแดดชั่วคราวที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มเสาหรือคานคอนกรีต/เหล็ก และไม่เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมเกิน 10% รวมถึงต้องไม่ล้ำแนวระยะร่นที่กฎหมายกำหนด

ขนาดที่จอดรถสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำเป็นต้องใหญ่กว่ารถยนต์ทั่วไปหรือไม่

ขนาดช่องจอดรถตามกฎหมายยังคงใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่พื้นที่จอดรถ EV ในอาคารหรือคอนโดมิเนียมมักจะมีการเผื่อระยะด้านข้างและด้านหลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อรองรับการติดตั้งตู้ชาร์จ (Wall Charger) และหัวชาร์จ รวมถึงการเดินสายไฟระบบความปลอดภัย