fbpx

วิธีเติมลมยางรถยนต์ด้วยตัวเอง บอกครบตั้งแต่ขั้นตอนเช็กยันเติม

วิธีเติมลมยางรถยนต์

การดูแลรักษารถยนต์มีหลายจุดที่ต้องใส่ใจ แต่เรื่องเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้ามแต่กลับส่งผลมหาศาลต่อการขับขี่คือ “ลมยาง” เพราะการเติมลมยางรถยนต์ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวรถ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ แต่ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าจากการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย วันนี้ NEXEN TIRE เราจะพาไปเจาะลึกวิธีการดูแลและเติมลมยางอย่างถูกต้องแบบครบถ้วน ทำเองได้ง่าย ๆ เพื่อความปลอดภัยตลอดทุกเส้นทางที่ใช้รถกัน

ทำไมการเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกวิธีถึงสำคัญ

หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ลมยางอ่อนหรือแข็งไปนิดหน่อยจะมีผลอะไร ความจริงแล้วปริมาณลมยางมีผลโดยตรงต่อการวิ่งของรถบนท้องถนน ดังนี้

  • สร้างความปลอดภัยขณะเดินทาง : เพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไป แก้มยางจะบิดตัวมากและเกิดความร้อนสะสม เสี่ยงต่อการเกิดยางระเบิด แต่ถ้าเติมลมยางรถยนต์จนแข็งเกินไป ดอกยางจะสัมผัสถนนแค่ตรงกลาง ทำให้เกาะถนนได้น้อยลง เสี่ยงต่อการลื่นไถลเมื่อต้องเบรกกะทันหันหรือเจอถนนเปียก
  • ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง : ลมยางที่อยู่ในระดับพอดีจะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องออกแรงลากน้ำหนักมากเกินความจำเป็น จึงช่วยลดอัตราการกินน้ำมันได้อย่างเห็นผล
  • ยืดอายุการใช้งานยาง : การรักษาความดันลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ช่วยให้หน้ายางสึกหรอเท่ากันทั่วทั้งเส้น ยางจึงใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

วิธีตรวจเช็กลมยางด้วยตนเอง แบบไหนที่ถึงเวลาเติมลมยางรถยนต์

วิธีตรวจเช็กลมยางด้วยตนเอง

โดยปกติลมยางจะค่อย ๆ ซึมออกตามธรรมชาติประมาณ 2-3 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ต่อเดือน เราจึงควรเช็กลมยางทุก ๆ 15 วัน หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง รวมถึงก่อนออกเดินทางไกล โดยสามารถตรวจเช็กได้เอง ดังนี้

  • สังเกตด้วยตาเปล่าและอาการของรถ : หากมองแล้วยางดูแบนกว่าปกติ หรือเวลาขับขี่รู้สึกว่าพวงมาลัยหนัก รถกินซ้าย-ขวา หรือมีอาการโคลงเคลงเวลาเข้าโค้ง นั่นคือสัญญาณเตือนว่าลมยางกำลังอ่อน
  • ใช้เกจวัดลมยาง (Tire Pressure Gauge) : เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เพียงแค่ถอดฝาปิดจุ๊บลมออกแล้วประกบเกจวัดเข้าไป ตัวเลขที่แสดงออกมาจะบอกได้ทันทีว่าความดันลมยางของคุณอยู่ในระดับมาตรฐานหรือไม่
  • ดูบนหน้าปัดรถยนต์ : ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นตัวท็อป มักจะมีระบบ TPMS หรือ Tire Pressure Monitoring System ติดมาด้วย ซึ่งสามารถดูได้ทันทีที่หน้าปัดว่าลมยางล้อไหนอ่อน

วิธีการเติมลมยางรถยนต์ด้วยตนเองอย่างละเอียด

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยขับรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเติมลมยางรถยนต์เอง สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย ปลอดภัยและทำได้แน่นอน

  1. ดูค่ามาตรฐานของรถ : เช็กความดันลมยางที่เหมาะสมของรถคุณได้จากสติกเกอร์บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ หรือในสมุดคู่มือรถ (ตัวอย่างเช่น รถเก๋งทั่วไปมักอยู่ที่ 30-32 PSI, รถกระบะ 35-40 PSI)
  2. จอดรถในจุดที่ปลอดภัย : ขยับรถเข้าใกล้จุดให้บริการเติมลม ปลดเกียร์ว่างและดึงเบรกมือให้เรียบร้อย
  3. ตั้งค่าเครื่องเติมลม : กดเครื่องหมายบวกหรือลบที่หน้าปัดตู้เติมลม เพื่อตั้งค่าตัวเลขให้ตรงกับที่รถของคุณต้องการ
  4. เติมลมเข้ายาง : ถอดฝาจุ๊บลมออก นำหัวเติมลมเสียบเข้ากับจุ๊บยางให้แน่น เครื่องจะเริ่มปล่อยลมหรือเติมลมเข้าสู่อัตโนมัติเพื่อปรับให้ได้ค่าตามที่ตั้งไว้
  5. รอสัญญาณเตือน : เมื่อลมยางได้ระดับ เครื่องจะมีเสียงเตือนดัง “ติ๊ด ๆ” ให้ดึงหัวเติมลมออกแล้วหมุนฝาจุ๊บปิดให้แน่น นำไปทำแบบเดียวกันจนครบทั้ง 4 ล้อ

เติมลมยางรถยนต์ด้วยตัวเองควรระวังเรื่องอะไรบ้าง

การเติมลมยางรถยนต์ดูเหมือนง่าย แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ไว้เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน

  • ควรเช็กและเติมขณะยางเย็น : ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้าก่อนใช้งาน หรือขับรถมาในระยะทางไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร เพราะจะได้ค่าความดันลมยางที่แม่นยำที่สุด
  • หากเติมตอนยางร้อนต้องบวกค่าเพิ่ม : ถ้ารถวิ่งมาไกลจนยางร้อน อากาศภายในจะขยายตัว หากต้องเข้าปั๊มเพื่อเติมลมยางรถยนต์ในตอนนั้น ให้บวกตัวเลขเพิ่มจากค่ามาตรฐานไปอีก 2-4 PSI (เช่น ปกติเติม 32 PSI ให้ตั้งเป็น 34-36 PSI) และห้ามปล่อยลมออกเด็ดขาด เพราะเมื่อยางเย็นลง ลมจะอ่อนกว่าปกติทันที
  • อย่าลืมดูแลยางอะไหล่ : ควรเติมลมยางอะไหล่ทิ้งไว้เผื่อฉุกเฉินเสมอ โดยแนะนำให้เติมเผื่อไว้มากกว่าค่าปกติประมาณ 5 PSI เพราะลมในยางอะไหล่ที่เก็บไว้ท้ายรถจะค่อย ๆ ซึมออกตามธรรมชาติเช่นกัน

ข้อดี-ข้อเสียของการเติมลมยางรถยนต์ไนโตรเจนและลมธรรมดา

เปรียบเทียบลมยางไนโตรเจนกับลมยางธรรมดา

เมื่อต้องเลือกประเภทของลมยาง หลายคนมักลังเลว่าจะเลือกเติมลมยางรถยนต์แบบไหนดี ลองมาดูข้อเปรียบเทียบกันเพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ข้อดี-ข้อเสียของลมยางธรรมดา

  • ข้อดี : ฟรี หาเติมง่ายตามปั๊มน้ำมันทั่วไป สะดวกสบายทำได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา
  • ข้อเสีย : ความดันลมแกว่งตัวง่ายเมื่อยางร้อน ลมซึมออกได้เร็วกว่าลมไนโตรเจน ทำให้ต้องหมั่นตรวจเช็กและเติมลมยางรถยนต์บ่อย ๆ

 ข้อดี-ข้อเสียของลมยางไนโตรเจน

  • ข้อดี : โมเลกุลใหญ่กว่า ทำให้ลมซึมออกช้ามาก จึงทำให้ความดันลมยางคงที่ได้นานกว่า ความร้อนไม่ค่อยมีผลต่อการขยายตัวของความดันลม ทำให้ขับขี่นุ่มนวล และไม่มีส่วนผสมของความชื้นที่จะทำให้ล้อเป็นสนิม
  • ข้อเสีย : มีค่าใช้จ่ายในการเติม หาจุดให้บริการยากกว่า และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องไปเติมลมธรรมดาผสมเข้าไป คุณสมบัติที่ดีของไนโตรเจนก็จะเจือจางลงทันที

จบครบทุกข้อสงสัยเรื่องการเติมลมยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือรถกระบะ แม้เรื่องลมยางจะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมักมองข้าม แต่หากละเลยก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิตของผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางได้ เมื่อรู้ทริกการเติมลมยางให้ได้ระดับที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน NEXEN TIRE คือแบรนด์ยางคุณภาพดีสัญชาติเกาหลี ในราคาจับต้องได้

สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop

พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND