เจาะตลาดรถกระบะไฟฟ้า 2025 พร้อมอัปเดตรุ่นใหม่และราคาในไทย
กระแสความนิยมของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ขยายมาถึงวงการรถกระบะอย่างเต็มตัว ด้วยเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มมองหารถกระบะไฟฟ้าเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับการใช้งานที่หลากหลาย วันนี้ เน็กเซ็น จะพามาสำรวจตลาดรถกระบะไฟฟ้าที่น่าจับตามองในประเทศไทย มีรุ่นไหนที่เปิดตัวแล้ว และรุ่นไหนที่กำลังจะมา พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างกับรถกระบะดีเซลให้ได้เข้าใจกัน
วิธีเลือกซื้อรถกระบะไฟฟ้าให้โดนใจ
รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์จึงมีสินค้าประเภท EV Car ออกมาวางจำหน่ายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน รถสปอร์ต หรือแม้แต่รถกระบะเอง ซึ่งคนไทยเองก็นิยมใช้รถกระบะเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเหตุผลที่รถกระบะสามารถขับขี่ได้อย่างทนทาน และรับน้ำหนักได้ดี ทำให้รถยนต์หลายแบรนด์ผลิตรถกระบะไฟฟ้าออกมาเอาใจกลุ่มคนใช้รถกระบะที่ต้องการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า เพื่อประหยัดน้ำมันให้มากขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้าจะมีจุดเด่นที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ข้อมูลบางอย่างจึงแตกต่างไปจากรถยนต์สันดาปที่คนคุ้นชิน ก่อนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีจึงควรพิจารณาสมรรถนะในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ก่อน
- ระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ควรเลือกรถที่วิ่งได้ในระยะทางที่ต้องการ
- เวลาที่ใช้ในการชาร์จรถยนต์ เพื่อให้รู้เวลาที่ต้องใช้เพื่อให้รถใช้งานได้
- สถานีชาร์จ หรือเครื่องมือในการชาร์จ ว่ามีครอบคลุมในพื้นที่หรือไม่ หากซื้อสายชาร์จเองมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
- ฟังก์ชันอัจฉริยะภายในรถ เช่น Tesla มี Auto Pilot เป็นระบบช่วยขับอัจฉริยะ
- การดูแลรักษารถ เช่น การเติมลมรถกระบะไฟฟ้า การเปลี่ยนอะไหล่เมื่อรถเกิดปัญหา เป็นต้น
ซื้อรถกระบะไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี?
รถกระบะไฟฟ้าในไทยยังคงมีจำหน่ายน้อย แต่ในปี 2025 เป็นต้นไปคาดว่าจะมีรถกระบะไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดในไทยมากขึ้น และนี่คือยี่ห้อรถที่มีจำหน่ายไนไทย และรถกระบะไฟฟ้าที่คาดว่าจะนำเข้าไทยในอนาคตอันใกล้
1. RIDDARA RD6

RIDDARA RD6 เป็นรถกระบะไฟฟ้า 100% จากเครือ Geely ที่เข้ามาเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกเหมือนรถเก๋ง เน้นกลุ่มเป้าหมายไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่ยังคงความสามารถในการบรรทุกได้ดี.
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : 373 – 455 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 63 – 86 kWh
- กำลังสูงสุด (Power) : 272 – 428 แรงม้า
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price) : 899,000 – 1,299,000 บาท
2. JAC T8 By THAI EV
JAC T8 เป็นรถกระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยโดย Thai EV เน้นความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการรถเพื่อการบรรทุกและใช้งานในระยะไกล ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ถูกและคืนทุนไว
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : 330 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 65.3 kWh
- กำลังสูงสุด (Power) : 201 แรงม้า
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price) : เริ่มต้น 1.3 ล้านบาท
3. BYD Shark
BYD Shark คือรถกระบะไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์จะวิ่งได้ไกลมาก โดดเด่นด้วยพละกำลังและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : 836 กม. (เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์)
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : (เป็นรถ PHEV)
- กำลังสูงสุด (Power) : 430 แรงม้า
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price) : เริ่มต้นประมาณ 1.9 ล้านบาท
4. Toyota Hilux Revo BEV

Toyota Hilux Revo BEV คือรถกระบะไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น Standard Cab โดยปรับดีไซน์ให้มีความล้ำสมัยมากขึ้น และแม้จะยังไม่เปิดเผยสเปกทั้งหมด แต่ก็เป็นที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาด
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- กำลังสูงสุด (Power) : ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price) : ประมาณ 890,000 – 1,300,000 บาท
5. ISUZU D-Max BEV
ISUZU D-Max BEV เป็นรถกระบะไฟฟ้า 100% ที่หลายคนรอคอย โดยยังคงดีไซน์และความแข็งแกร่งตามแบบฉบับ D-Max แต่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะสูง คาดว่าจะเริ่มทำตลาดในยุโรปก่อนและมีแผนเข้าไทยในอนาคต
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 66.9 kWh
- กำลังสูงสุด (Power) : 177 แรงม้า
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price) : ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
6. Maxus T90 EV (MG Extender)

Maxus T90 EV หรือที่รู้จักกันในฐานะ MG Extender เวอร์ชันไฟฟ้า เป็นรถกระบะ 4 ประตูสัญชาติจีนที่มีจุดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางข้ามจังหวัด
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (Range) : 535 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery): 88.5 kWh
- กำลังสูงสุด (Power) : 177 แรงม้า
- ราคาคาดการณ์ (Est. Price): คาดการณ์ประมาณ 800,000 – 1,200,000 บาท
เปรียบเทียบรถกระบะไฟฟ้า vs รถกระบะดีเซล อะไรดีกว่ากัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้ทำตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างรถกระบะไฟฟ้า และรถกระบะดีเซล เพื่อช่วยในการตัดสินใจ
| คุณสมบัติ | รถกระบะไฟฟ้า (EV Pickup) | รถกระบะดีเซล (Diesel Pickup) |
| ค่าใช้จ่ายพลังงาน | ค่าไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมันมาก ประหยัดในระยะยาว | ค่าน้ำมันมีราคาสูงและผันผวน |
| การบำรุงรักษา | น้อยกว่ามาก เพราะไม่มีเครื่องยนต์และของเหลว | ต้องบำรุงรักษาตามระยะ เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง |
| อัตราเร่ง | ตอบสนองทันที แรงบิดสูงตั้งแต่ออกตัว | มีรอบกำลังในการสร้างแรงบิด |
| การบรรทุกและลากจูง | ทำได้ดี แต่ระยะทางวิ่งอาจลดลง | เป็นที่ยอมรับในเรื่องพละกำลังและความทนทาน |
| ระยะทางและความกังวล | ต้องวางแผนการเดินทางและจุดชาร์จ | เติมน้ำมันได้รวดเร็ว สถานีบริการครอบคลุม |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่ปล่อยไอเสีย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสีย |
ข้อควรรู้ในการใช้รถกระบะไฟฟ้า ทำไมต้องเลือกใช้ยางให้ถูกประเภท
ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป ทำให้รถกระบะไฟฟ้าต้องการยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับสมรรถนะและมอบความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งมี 3 เหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
- น้ำหนักรถที่มากกว่า (Heavier Weight) : เพราะแบตเตอรี่มีน้ำหนักมาก ยางสำหรับรถ EV จึงต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษ (XL – Extra Load) เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้อย่างปลอดภัย
- แรงบิดสูงและทันที (Instant Torque) : อัตราเร่งที่รวดเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ยางมาตรฐานสึกหรอเร็วกว่าปกติ ยางสำหรับรถ EV จึงต้องมีส่วนผสมของเนื้อยางที่ทนทานต่อการสึกหรอได้ดีกว่า
ความเงียบในห้องโดยสาร (Low Noise) : เพราะรถกระบะไฟฟ้าไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงบดถนนของยางจะดังเข้ามาในห้องโดยสารได้ชัดเจนขึ้น ยางสำหรับรถ EV จึงมักมีเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนเพื่อรักษาความเงียบสงบในการขับขี่
ยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มสร้างความนิยมได้มากขึ้น ในอนาคตก็จะมีรถอีกหลายประเภทที่หันมาใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรถกระบะด้วย คนที่สนใจรถกระบะไฟฟ้าคาดว่าปีหน้าน่าจะมีรถกระบะไฟฟ้านำเข้ามาให้จับจองกัน ซึ่งการเข้ามาของรถกระบะไฟฟ้าไม่ได้ทำให้รถกระบะสันดาปเสื่อมความนิยมลง แต่มาเป็นตัวเลือกที่มากขึ้น คนที่ยังใช้รถกระบะเติมน้ำมันจึงไม่ต้องกังวลว่าต้องเปลี่ยนรถคันใหม่เป็นรถกระบะไฟฟ้าหรือเปล่า หากรถกระบะยังใช้งานได้ดีก็สามารถใช้งานต่อได้ และอย่าละเลยการเปลี่ยนยางรถกระบะเมื่อถึงเวลา ทั้งยางรถ EV และยางรถกระบะแบบเติมน้ำมัน เลือกยางคุณภาพดี คนที่ยังคงใช้รถกระบะสันดาป แนะนำยางรถยนต์ NEXEN TIRE ที่มียางที่เหมาะกับรถกระบะให้เลือก แนะนำยาง N’Fera RU1 ยางสปอร์ตที่ประสิทธิภาพการยึดเกาะเยี่ยม วิ่งบนถนนเปียก หรือตอนฝนตกได้เป็นอย่างดี เข้าโค้งหนึบ เลี้ยวโค้งได้ดังใจ มีความปลอดภัยสูง สนใจสั่งซื้อได้ทาง Shopee และ Lazada หรือผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศของ NEXEN TIRE









