เจาะตลาดรถกระบะไฟฟ้า 2569 พร้อมอัปเดตรุ่นใหม่และราคาในไทย
กระแสความนิยมของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ขยายมาถึงวงการรถกระบะอย่างเต็มตัว ด้วยเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มมองหารถกระบะไฟฟ้าเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับการใช้งานที่หลากหลาย วันนี้ เน็กเซ็นจะพามาสำรวจตลาดรถกระบะไฟฟ้าที่น่าจับตามองในประเทศไทย รวม 6 รุ่นไฮไลต์ทั้งที่เปิดตัวจำหน่ายแล้ว และรุ่นที่กำลังทำตลาดอย่างเป็นทางการ พร้อมอัปเดตสเปก ราคาล่าสุด และเปรียบเทียบความแตกต่างกับรถกระบะดีเซลเพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น
วิธีเลือกซื้อรถกระบะไฟฟ้าให้โดนใจ
รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์จึงนำเสนอรถพลังงานไฟฟ้าหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง ซีดาน SUV หรือแม้แต่รถกระบะ ซึ่งคนไทยนิยมใช้รถกระบะเป็นจำนวนมาก เนื่องจากใช้งานทนทาน บรรทุกหนักได้ดี การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าจึงตอบโจทย์ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และการประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว
ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อรถกระบะไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรถกระบะไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาสมรรถนะด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง : ควรเลือกรถที่มีระยะทางวิ่งครอบคลุมกับการใช้งานจริงต่อวัน
- ขนาดแบตเตอรี่และเวลาชาร์จ : ช่วยวางแผนเวลาชาร์จไฟจากบ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะ
- พละกำลังและความสามารถในการบรรทุก : ดูค่าแรงบิด แรงม้า และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Payload)
- การดูแลรักษาและประเภทของยาง : ยางของรถ EV ต้องรับน้ำหนักและแรงบิดสูง การเลือกใช้ยางให้เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพราะความแตกต่างระหว่างยาง EV และยางทั่วไปนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ
อัปเดต 6 รุ่นรถกระบะไฟฟ้า 2569 ยอดฮิต สเปกและราคาในไทย
รถกระบะไฟฟ้าในไทยยังคงมีจำหน่ายน้อย แต่ในปี 2569 เป็นต้นไปคาดว่าจะมีรถกระบะไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดในไทยมากขึ้น และนี่คือยี่ห้อรถที่มีจำหน่ายในไทย และรถกระบะไฟฟ้าที่คาดว่าจะนำเข้าไทยในอนาคตอันใกล้
1. RIDDARA RD6 / RD6 ECON

RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% จากเครือ Geely ที่เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก ให้ความนุ่มนวลเหมือนรถเก๋ง ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว และบรรทุกทั่วไป
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) : 369 กม. (รุ่น ECON) / 461 กม. (รุ่น RD6)
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 63 kWh (รุ่น ECON) / 73 kWh (รุ่น RD6)
- ความสามารถในการบรรทุก : 1,030 กก.
- ราคา (Price) : รุ่น ECON ราคา 739,000 บาท / รุ่น RD6 ราคา 999,000 บาท
2. Toyota Hilux Travo e (Hilux Revo BEV)

รถกระบะไฟฟ้า 100% จากแบรนด์เจ้าตลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนตัวและการพาณิชย์
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) : 315 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 59.2 kWh
- ความสามารถในการบรรทุก : 715 กก.
- ราคา (Price) : 1,491,000 บาท
3. Isuzu D-Max EV

Isuzu D-Max EV ยอดรถกระบะไฟฟ้าขวัญใจมหาชน ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ Full-time 4WD ที่ยังคงความแข็งแกร่งและสมรรถนะการลุยตามแบบฉบับ D-Max
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) : 331 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 66.9 kWh
- ความสามารถในการบรรทุก : 1,010 กก.
- ราคา (Price) : 1,591,000 บาท
4. JAC T8 EV

JAC T8 EV รถกระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เน้นโครงสร้างแข็งแกร่ง ลุยงานหนัก และคืนทุนไว เหมาะกับผู้ประกอบการและธุรกิจขนส่ง
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) : 330 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 65.3 kWh
- ความสามารถในการบรรทุก : 1,000 กก.
- ราคา (Price) : 1,290,000 บาท
5. Maxus eTerron 9 (T90 EV)

กระบะไฟฟ้าขนาดใหญ่พรีเมียม ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูง มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ วิ่งได้ระยะทางไกล ดีไซน์หรูหราทันสมัย
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) : 510 กม.
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 102 kWh
- ความสามารถในการบรรทุก : 620 กก.
- ราคา (Price) : 1,590,000 บาท
6. BYD Shark (PHEV)

BYD Shark คือรถกระบะพลังงานใหม่แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี DMO Super Hybrid แพลตฟอร์มสำหรับรถออฟโรดโดยเฉพาะ ให้พละกำลังรวมสูงสุดกว่า 430 แรงม้า
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด : กว่า 800 กม. (เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์)
- ขนาดแบตเตอรี่ (Battery) : 29.58 kWh (BYD Blade Battery)
- กำลังสูงสุด (Power) : 430 แรงม้า
- ราคาประมาณการ (Est. Price) : 1,499,000 บาท
เปรียบเทียบรถกระบะไฟฟ้า vs รถกระบะดีเซล อะไรคุ้มกว่ากัน
| คุณสมบัติ | รถกระบะไฟฟ้า (EV Pickup) | รถกระบะดีเซล (Diesel Pickup) |
| ค่าใช้จ่ายพลังงาน | ค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตรถูกกว่ามาก | ค่าน้ำมันราคาสูงตามผันผวนตลาดโลก |
| การบำรุงรักษา | น้อยกว่า ไม่มีเครื่องยนต์และของเหลว | ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองตามระยะ |
| อัตราเร่งและแรงบิด | ออกตัวแรงบิดสูงสุดได้ทันที | ต้องรอรอบแรงบิดจากเครื่องยนต์ |
| ระยะทางและการใช้งาน | ต้องวางแผนจุดชาร์จไฟ | เติมน้ำมันได้รวดเร็ว สถานีบริการครอบคลุม |
| มลพิษ | Zero Emission ไม่ปล่อยไอเสีย | มีมลพิษทางอากาศและควันดำ |
ข้อควรรู้ในการใช้รถกระบะไฟฟ้า ทำไมต้องเลือกใช้ยางให้ถูกประเภท
ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป ทำให้รถกระบะไฟฟ้าต้องการยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับสมรรถนะและมอบความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งมี 3 เหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
- น้ำหนักรถที่มากกว่า (Heavier Weight) : เพราะแบตเตอรี่มีน้ำหนักมาก ยางสำหรับรถกระบะ EV จึงต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษ (XL – Extra Load) เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้อย่างปลอดภัย
- แรงบิดสูงและทันที (Instant Torque) : อัตราเร่งที่รวดเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ยางมาตรฐานสึกหรอเร็วกว่าปกติ ยางสำหรับรถ EV จึงต้องมีส่วนผสมของเนื้อยางที่ทนทานต่อการสึกหรอได้ดีกว่า
- ความเงียบในห้องโดยสาร (Low Noise) : เพราะรถกระบะไฟฟ้าไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงบดถนนของยางจะดังเข้ามาในห้องโดยสารได้ชัดเจนขึ้น ยางสำหรับรถ EV จึงมักมีเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนเพื่อรักษาความเงียบสงบในการขับขี่
ตลาดรถกระบะไฟฟ้า 2569 ในประเทศไทยมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงานบรรทุกเชิงพาณิชย์ แม้รถกระบะดีเซลยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่รถกระบะ EV ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว และไม่ว่าจะเลือกใช้รถประเภทใด การดูแลรักษายางรถยนต์ให้มีสภาพสมบูรณ์และเลือกใช้ยางคุณภาพดีจาก NEXEN TIRE ก็เป็นหัวใจสำคัญเพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop
พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรถกระบะไฟฟ้า
รถกระบะไฟฟ้าที่ขายจริงในไทยตอนนี้มีรุ่นไหนบ้าง
ปัจจุบันในไทยมีรถกระบะไฟฟ้าทำตลาดและเปิดรับจองหลายรุ่น เช่น RIDDARA RD6, Toyota Hilux Travo e, Isuzu D-Max EV, JAC T8 EV และ Maxus eTerron 9
รถกระบะไฟฟ้าบรรทุกของหนักได้เท่ารถกระบะดีเซลไหม
บรรทุกได้ใกล้เคียงกัน โดยรถกระบะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์หลายรุ่น เช่น JAC T8 EV หรือ RIDDARA RD6 สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่า 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน)
ชาร์จรถกระบะไฟฟ้า 1 ครั้งใช้เวลานานแค่ไหน
การชาร์จแบบด่วน (DC Fast Charge) จาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ส่วนการชาร์จด้วย AC Wallbox ที่บ้านใช้เวลาประมาณ 7–10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่
รถกระบะไฟฟ้าคุ้มค่ากว่ารถกระบะดีเซลจริงหรือไม่
คุ้มค่ากว่าในแง่ค่าพลังงาน (ค่าไฟถูกกว่าค่าน้ำมัน 50-70%) และค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่น้อยกว่า แต่มีราคารถเริ่มต้นที่สูงกว่า
รถกระบะไฟฟ้าต้องใช้ยางแบบไหน ใช้ยางเดิมได้หรือไม่
ควรใช้ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถไฟฟ้า (EV Dedicated Tires) หรือยางที่มีโครงสร้างรับน้ำหนักพิเศษ (Extra Load – XL) เพราะรถกระบะ EV มีน้ำหนักมากและแรงบิดสูง หากใช้ยางธรรมดา ยางจะสึกหรอย่างรวดเร็ว