ค่าภาษีรถไฟฟ้า รถ EV เสียภาษีอะไรบ้าง ต้องจ่ายประจำปีเท่าไหร่
ปี 2568-2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการยานยนต์ไทย เพราะภาครัฐได้มีการจัดเตรียมโครงสร้างภาษีและมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความสนใจในเรื่อง ค่าภาษีรถไฟฟ้า ของกลุ่มคนใช้รถ EV เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน วันนี้ เน็กเซ็น จะพาไปอัปเดตข้อมูลกฎหมายและรายละเอียดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้คุณคำนวณและวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ภาษีรถไฟฟ้า มีกี่ประเภท
สำหรับผู้ที่ครอบครองหรือกำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จะมีภาษีหลัก ๆ 2 ประเภทที่เข้ามาเกี่ยวข้องและส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของคุณ
- ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า : เป็นภาษีที่คำนวณและจัดเก็บจากกระบวนการผลิตหรือนำเข้ารถยนต์ ซึ่งจะฝังอยู่ในราคาขายปลีกตั้งแต่ตอนเราเลือกซื้อรถยนต์ป้ายแดง
- ภาษีประจำปี (หรือที่คุ้นเคยในชื่อค่าต่อทะเบียน/ป้ายวงกลม) : เป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่เจ้าของรถ EV ทุกคนต้องชำระให้กับกรมการขนส่งทางบกเป็นประจำในทุกปี
ค่าภาษีรถไฟฟ้าคิดจากอะไร
ความแตกต่างสำคัญที่คนใช้รถต้องรู้คือ รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ได้คำนวณภาษีประจำปีจากปริมาณความจุกระบอกสูบ (CC) เหมือนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป แต่กรมการขนส่งทางบกจะใช้เกณฑ์ชำระตาม “น้ำหนักของตัวรถ (กิโลกรัม)” ซึ่งเป็นพิกัดเดียวกับการคิดภาษีของกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่งหรือรถกระบะ ทำให้รถ EV ที่ขนาดเท่ากันอาจเสียภาษีต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักแบตเตอรี่
อัตราภาษีประจำปีรถ EV ตามน้ำหนักรถ
ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ อัตราภาษีประจำปีปกติสำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้าส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) จะคิดตามโครงสร้างน้ำหนักรถ แต่ความพิเศษคือ หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงที่จดทะเบียนครั้งแรก จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าภาษีประจำปีลงถึง 80% เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม นับจากวันที่จดทะเบียน โดยมีสัดส่วนเปรียบเทียบ ดังนี้
| น้ำหนักตัวรถ (กิโลกรัม) | อัตราภาษีเต็มปีปกติ (บาท) | อัตราภาษีปีแรกหลังลด 80% (บาท) |
| ไม่เกิน 500 กก. | 150 บาท | 30 บาท |
| 501 – 750 กก. | 300 บาท | 60 บาท |
| 751 – 1,000 กก. | 450 บาท | 90 บาท |
| 1,001 – 1,250 กก. | 800 บาท | 160 บาท |
| 1,251 – 1,500 กก. | 1,000 บาท | 200 บาท |
| 1,501 – 1,750 กก. | 1,300 บาท | 260 บาท |
| 1,751 – 2,000 กก. | 1,600 บาท | 320 บาท |
| 2,001 – 2,500 กก. | 1,900 บาท | 380 บาท |
เปรียบเทียบ – รถ EV vs รถน้ำมัน เสียภาษีต่างกันแค่ไหน
เพื่อให้เห็นภาพความประหยัดและส่วนต่างในแง่ต้นทุนการครอบครองรถ เราลองมาเปรียบเทียบค่าภาษีประจำปีระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าและรถน้ำมันทั่วไปในอัตราปกติ (ไม่รวมส่วนลดปีแรก) กันชัด ๆ
| คุณสมบัติและประเภทรถ | รถยนต์ไฟฟ้า (EV) | รถน้ำมันทั่วไป (ICE) |
| เกณฑ์การคำนวณ | คิดตามน้ำหนักตัวรถรวม (กิโลกรัม) | คิดตามความจุกระบอกสูบ (CC) |
| ตัวอย่างรุ่นรถพิกัดยอดนิยม | Neta V / V-II (น้ำหนัก ~1,269 กก.) | รถยนต์สันดาปทั่วไป ขนาดเครื่องยนต์ 1,500 CC |
| พิกัดการคิดภาษี | ตกอยู่ในช่วงน้ำหนัก 1,251 – 1,500 กก. | คำนวณแบบขั้นบันไดตามปริมาตร CC |
| ค่าภาษีประจำปีที่ต้องจ่ายจริง | 1,000 บาท / ปี (ปีแรกรับสิทธิลดเหลือ 200 บาท) | 1,650 บาท / ปี (คงที่ตามเกณฑ์ CC รถใหม่) |
ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด 2569
นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กรมสรรพสามิตได้เริ่มบังคับใช้โครงสร้างพิกัดภาษีใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเฟสต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้เกิดความชัดเจนในมาตรการอุตสาหกรรมในอนาคต
รถ EV BEV ภาษีสรรพสามิต 0–2%
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ที่ผ่านหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนของรัฐบาล จะได้รับการคงอัตราภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษเพียงร้อยละ 0–2 เท่านั้น เพื่อช่วยพยุงไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าร้านของรถป้ายแดงขยับตัวสูงจนเกินไป
รถ PHEV ภาษีสรรพสามิต 5%
ขณะที่กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มีโครงสร้างเครื่องยนต์สันดาปควบคู่กับระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ หากทำอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เกิน 50 กรัม/กิโลเมตร ตามเงื่อนไขทางเทคนิค จะถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในพิกัดคงที่ร้อยละ 5
มาตรการ EV 3.5 และสิทธิประโยชน์ที่ยังเหลืออยู่
ภายใต้ข้อตกลงและกรอบการทำงานของมาตรการ EV 3.5 ที่ลากยาวไปจนถึงปี 2570 ภาครัฐยังคงมอบสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นตลาดให้กับผู้ซื้อรถใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกไม่เกิน 2 ล้านบาท และใช้แบตเตอรี่ขนาดตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป จะได้รับสิทธิ เงินอุดหนุนช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาทต่อคัน (หรือ 50,000 บาทสำหรับรุ่นที่แบตเตอรี่เล็กกว่าหรือราคาสูงกว่าตามสัดส่วนเงื่อนไข) ร่วมกับการลดอากรขาเข้าสูงสุดถึง 40% สำหรับรถนำเข้า (CBU) ที่พ่วงข้อตกลงในการตั้งสายการผลิตชดเชยภายในประเทศ ช่วงปี 2568–2569 จึงถูกยกให้เป็น “ช่วงเวลาทอง” ของผู้บริโภคที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์สูงสุดก่อนที่นโยบายสนับสนุนจะทยอยผ่อนคลายลง
ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถไฟฟ้าและชำระภาษีประจำปี
เมื่อถึงกำหนดครบการดูแลป้ายวงกลม เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถดำเนินการเตรียมหลักฐานและชำระภาษีได้อย่างสะดวกรวดเร็วตามขั้นตอนสากล ดังนี้
1. รวบรวมเอกสารประจำรถ
- สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ตัวจริง (เล่มสีน้ำเงิน) หรือสำเนาหน้าจดทะเบียน
- เอกสารหางตั๋ว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่ยังไม่หมดอายุความคุ้มครอง
- ใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในกรณีที่รถไฟฟ้าคันนั้นใช้งานมาจนมีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป
2. เลือกช่องทางการชำระภาษี
- สามารถเดินทางไปต่อภาษีด้วยตนเองได้ที่สำนักงานขนส่งทุกสาขา หรือจุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru Tax)
- เพื่อความสะดวกสบาย สามารถดำเนินการยื่นชำระผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax เพื่อรอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีส่งตรงถึงบ้าน
ขับขี่รถ EV ให้เต็มประสิทธิภาพ เลือกใช้ยางให้ถูกประเภท
เมื่อคุมค่าใช้จ่ายด้านภาษีประจำปีจนคุ้มค่าแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ควรมองข้ามคือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่ตรงกับโครงสร้างทางกายภาพของรถ เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักของตัวแบตเตอรี่ค่อนข้างหนาแน่น และมีระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งแรงบิดสูงสุดลงสู่พื้นถนนอย่างรวดเร็วตั้งแต่ออกตัว
เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและปลอดภัยสูงสุด ขอแนะนำให้เลือกใช้ยางที่ออกแบบมาสำหรับยานยนต์พลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ ยางรถยนต์สำหรับรถ EV จาก NEXEN TIRE ที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาให้มีโครงสร้างยางที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ รองรับน้ำหนักรถได้มั่นใจ พร้อมเทคโนโลยีบล็อกดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้อย่างดีเยี่ยม
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop
พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องค่าภาษีรถไฟฟ้า
ค่าภาษีรถไฟฟ้าประจำปีเท่าไหร่
คิดตามพิกัดน้ำหนักของตัวรถ โดยรถเก๋ง EV ไซส์มาตรฐานทั่วไปที่วิ่งอยู่ในตลาดมักมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 1,200 – 1,800 กิโลกรัม ส่งผลให้ค่าภาษีปกติจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,300 บาทต่อปีเท่านั้น (และจะถูกลงอีกในปีแรกเนื่องจากได้ส่วนลด 80% เหลือเพียง 200 – 260 บาท)
ภาษีสรรพสามิตรถ EV อยู่ที่เท่าไหร่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่เข้าเงื่อนไขสนับสนุนของรัฐบาล จะได้รับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษเพียงร้อยละ 0–2 ส่วนกลุ่มรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะจัดเก็บอยู่ที่ร้อยละ 5
รถ EV ต้องต่อทะเบียนทุกปีไหม
ต้องดำเนินการต่ออายุทะเบียน ชำระภาษีประจำปีเพื่อรับป้ายวงกลม และทำ พ.ร.บ. ภาคบังคับเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกับรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมัน
มาตรการ EV 3.5 ยังมีผลอยู่ไหม
ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมไปจนถึงปี 2570 เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนและมาตรการภาษี ควบคู่กับการผลักดันให้ค่ายรถตั้งฐานการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ
รถ EV ราคาสูงขึ้นหลังปรับภาษีสรรพสามิตไหม
โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่มีการกำหนดเกณฑ์ และเงื่อนไขการผลิตชดเชยอย่างชัดเจน สำหรับค่ายรถที่ประกอบในไทยจะยังคงทำราคาขายปลีกได้คุ้มค่าและแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารที่ใช้ต่อทะเบียนรถไฟฟ้า มีอะไรบ้าง
ใช้เล่มคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (หรือสำเนา) และเอกสารท้าย พ.ร.บ. ที่ยังมีอายุความคุ้มครอง เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นชำระ









