fbpx

ค่าภาษีรถไฟฟ้า รถ EV เสียภาษีอะไรบ้าง ต้องจ่ายประจำปีเท่าไหร่

ค่าภาษีรถไฟฟ้า 2569

ปี 2568-2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการยานยนต์ไทย เพราะภาครัฐได้มีการจัดเตรียมโครงสร้างภาษีและมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความสนใจในเรื่อง ค่าภาษีรถไฟฟ้า ของกลุ่มคนใช้รถ EV เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน วันนี้ เน็กเซ็น จะพาไปอัปเดตข้อมูลกฎหมายและรายละเอียดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้คุณคำนวณและวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ภาษีรถไฟฟ้า มีกี่ประเภท

สำหรับผู้ที่ครอบครองหรือกำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จะมีภาษีหลัก ๆ 2 ประเภทที่เข้ามาเกี่ยวข้องและส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของคุณ

  1. ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า : เป็นภาษีที่คำนวณและจัดเก็บจากกระบวนการผลิตหรือนำเข้ารถยนต์ ซึ่งจะฝังอยู่ในราคาขายปลีกตั้งแต่ตอนเราเลือกซื้อรถยนต์ป้ายแดง
  2. ภาษีประจำปี (หรือที่คุ้นเคยในชื่อค่าต่อทะเบียน/ป้ายวงกลม) : เป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่เจ้าของรถ EV ทุกคนต้องชำระให้กับกรมการขนส่งทางบกเป็นประจำในทุกปี

ค่าภาษีรถไฟฟ้าคิดจากอะไร

ค่าภาษีรถไฟฟ้าคิดจากอะไร 

ความแตกต่างสำคัญที่คนใช้รถต้องรู้คือ รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ได้คำนวณภาษีประจำปีจากปริมาณความจุกระบอกสูบ (CC) เหมือนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป แต่กรมการขนส่งทางบกจะใช้เกณฑ์ชำระตาม “น้ำหนักของตัวรถ (กิโลกรัม)” ซึ่งเป็นพิกัดเดียวกับการคิดภาษีของกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่งหรือรถกระบะ ทำให้รถ EV ที่ขนาดเท่ากันอาจเสียภาษีต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักแบตเตอรี่

อัตราภาษีประจำปีรถ EV ตามน้ำหนักรถ 

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ อัตราภาษีประจำปีปกติสำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้าส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) จะคิดตามโครงสร้างน้ำหนักรถ แต่ความพิเศษคือ หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงที่จดทะเบียนครั้งแรก จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าภาษีประจำปีลงถึง 80% เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม นับจากวันที่จดทะเบียน โดยมีสัดส่วนเปรียบเทียบ ดังนี้

น้ำหนักตัวรถ (กิโลกรัม) อัตราภาษีเต็มปีปกติ (บาท) อัตราภาษีปีแรกหลังลด 80% (บาท)
ไม่เกิน 500 กก. 150 บาท 30 บาท
501 – 750 กก. 300 บาท 60 บาท
751 – 1,000 กก. 450 บาท 90 บาท
1,001 – 1,250 กก. 800 บาท 160 บาท
1,251 – 1,500 กก. 1,000 บาท 200 บาท
1,501 – 1,750 กก. 1,300 บาท 260 บาท
1,751 – 2,000 กก. 1,600 บาท 320 บาท
2,001 – 2,500 กก. 1,900 บาท 380 บาท

เปรียบเทียบ – รถ EV vs รถน้ำมัน เสียภาษีต่างกันแค่ไหน

เพื่อให้เห็นภาพความประหยัดและส่วนต่างในแง่ต้นทุนการครอบครองรถ เราลองมาเปรียบเทียบค่าภาษีประจำปีระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าและรถน้ำมันทั่วไปในอัตราปกติ (ไม่รวมส่วนลดปีแรก) กันชัด ๆ

คุณสมบัติและประเภทรถ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถน้ำมันทั่วไป (ICE)
เกณฑ์การคำนวณ คิดตามน้ำหนักตัวรถรวม (กิโลกรัม) คิดตามความจุกระบอกสูบ (CC)
ตัวอย่างรุ่นรถพิกัดยอดนิยม Neta V / V-II (น้ำหนัก ~1,269 กก.) รถยนต์สันดาปทั่วไป ขนาดเครื่องยนต์ 1,500 CC
พิกัดการคิดภาษี ตกอยู่ในช่วงน้ำหนัก 1,251 – 1,500 กก. คำนวณแบบขั้นบันไดตามปริมาตร CC
ค่าภาษีประจำปีที่ต้องจ่ายจริง 1,000 บาท / ปี (ปีแรกรับสิทธิลดเหลือ 200 บาท) 1,650 บาท / ปี (คงที่ตามเกณฑ์ CC รถใหม่)

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด 2569

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด 2569 

นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กรมสรรพสามิตได้เริ่มบังคับใช้โครงสร้างพิกัดภาษีใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเฟสต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้เกิดความชัดเจนในมาตรการอุตสาหกรรมในอนาคต

รถ EV BEV ภาษีสรรพสามิต 0–2%

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ที่ผ่านหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนของรัฐบาล จะได้รับการคงอัตราภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษเพียงร้อยละ 0–2 เท่านั้น เพื่อช่วยพยุงไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าร้านของรถป้ายแดงขยับตัวสูงจนเกินไป

รถ PHEV ภาษีสรรพสามิต 5%

ขณะที่กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มีโครงสร้างเครื่องยนต์สันดาปควบคู่กับระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ หากทำอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เกิน 50 กรัม/กิโลเมตร ตามเงื่อนไขทางเทคนิค จะถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในพิกัดคงที่ร้อยละ 5

มาตรการ EV 3.5 และสิทธิประโยชน์ที่ยังเหลืออยู่

มาตรการ EV 3.5 และสิทธิประโยชน์ที่ยังเหลืออยู่ 

ภายใต้ข้อตกลงและกรอบการทำงานของมาตรการ EV 3.5 ที่ลากยาวไปจนถึงปี 2570 ภาครัฐยังคงมอบสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นตลาดให้กับผู้ซื้อรถใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกไม่เกิน 2 ล้านบาท และใช้แบตเตอรี่ขนาดตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป จะได้รับสิทธิ เงินอุดหนุนช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาทต่อคัน (หรือ 50,000 บาทสำหรับรุ่นที่แบตเตอรี่เล็กกว่าหรือราคาสูงกว่าตามสัดส่วนเงื่อนไข) ร่วมกับการลดอากรขาเข้าสูงสุดถึง 40% สำหรับรถนำเข้า (CBU) ที่พ่วงข้อตกลงในการตั้งสายการผลิตชดเชยภายในประเทศ ช่วงปี 2568–2569 จึงถูกยกให้เป็น “ช่วงเวลาทอง” ของผู้บริโภคที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์สูงสุดก่อนที่นโยบายสนับสนุนจะทยอยผ่อนคลายลง

ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถไฟฟ้าและชำระภาษีประจำปี

เมื่อถึงกำหนดครบการดูแลป้ายวงกลม เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถดำเนินการเตรียมหลักฐานและชำระภาษีได้อย่างสะดวกรวดเร็วตามขั้นตอนสากล ดังนี้

1. รวบรวมเอกสารประจำรถ

  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ตัวจริง (เล่มสีน้ำเงิน) หรือสำเนาหน้าจดทะเบียน
  • เอกสารหางตั๋ว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่ยังไม่หมดอายุความคุ้มครอง
  • ใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในกรณีที่รถไฟฟ้าคันนั้นใช้งานมาจนมีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป

2. เลือกช่องทางการชำระภาษี

  • สามารถเดินทางไปต่อภาษีด้วยตนเองได้ที่สำนักงานขนส่งทุกสาขา หรือจุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru Tax)
  • เพื่อความสะดวกสบาย สามารถดำเนินการยื่นชำระผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax เพื่อรอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีส่งตรงถึงบ้าน

ขับขี่รถ EV ให้เต็มประสิทธิภาพ เลือกใช้ยางให้ถูกประเภท

เมื่อคุมค่าใช้จ่ายด้านภาษีประจำปีจนคุ้มค่าแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ควรมองข้ามคือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่ตรงกับโครงสร้างทางกายภาพของรถ เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักของตัวแบตเตอรี่ค่อนข้างหนาแน่น และมีระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งแรงบิดสูงสุดลงสู่พื้นถนนอย่างรวดเร็วตั้งแต่ออกตัว

เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและปลอดภัยสูงสุด ขอแนะนำให้เลือกใช้ยางที่ออกแบบมาสำหรับยานยนต์พลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ ยางรถยนต์สำหรับรถ EV จาก NEXEN TIRE ที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาให้มีโครงสร้างยางที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ รองรับน้ำหนักรถได้มั่นใจ พร้อมเทคโนโลยีบล็อกดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้อย่างดีเยี่ยม

สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada และ TikTok Shop

พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องค่าภาษีรถไฟฟ้า

ค่าภาษีรถไฟฟ้าประจำปีเท่าไหร่

คิดตามพิกัดน้ำหนักของตัวรถ โดยรถเก๋ง EV ไซส์มาตรฐานทั่วไปที่วิ่งอยู่ในตลาดมักมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 1,200 – 1,800 กิโลกรัม ส่งผลให้ค่าภาษีปกติจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,300 บาทต่อปีเท่านั้น (และจะถูกลงอีกในปีแรกเนื่องจากได้ส่วนลด 80% เหลือเพียง 200 – 260 บาท)

ภาษีสรรพสามิตรถ EV อยู่ที่เท่าไหร่

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่เข้าเงื่อนไขสนับสนุนของรัฐบาล จะได้รับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษเพียงร้อยละ 0–2 ส่วนกลุ่มรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะจัดเก็บอยู่ที่ร้อยละ 5

รถ EV ต้องต่อทะเบียนทุกปีไหม

ต้องดำเนินการต่ออายุทะเบียน ชำระภาษีประจำปีเพื่อรับป้ายวงกลม และทำ พ.ร.บ. ภาคบังคับเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกับรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมัน

มาตรการ EV 3.5 ยังมีผลอยู่ไหม

ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมไปจนถึงปี 2570 เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนและมาตรการภาษี ควบคู่กับการผลักดันให้ค่ายรถตั้งฐานการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ

รถ EV ราคาสูงขึ้นหลังปรับภาษีสรรพสามิตไหม

โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่มีการกำหนดเกณฑ์ และเงื่อนไขการผลิตชดเชยอย่างชัดเจน สำหรับค่ายรถที่ประกอบในไทยจะยังคงทำราคาขายปลีกได้คุ้มค่าและแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารที่ใช้ต่อทะเบียนรถไฟฟ้า มีอะไรบ้าง

ใช้เล่มคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (หรือสำเนา) และเอกสารท้าย พ.ร.บ. ที่ยังมีอายุความคุ้มครอง เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นชำระ